โต๊ะอาหารญี่ปุ่น > โต๊ะอาหารญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่น มักจะใช้โต๊ะเตี้ยๆในการรับประทานและนั่งบนพื้น
     คนต่างชาติโดยมากไม่ชินกับการนั่งบนพื้น แต่การนั่งบนพื้นของญี่ปุ่นมักจะนั่งต่างกันไปแล้วแต่สถานการณ์ เช่น การทานอาหารมักนั่งบนเสื่อทาทามิ เช่นเดียวกับพิธีชงชาและประเพณีอื่นๆก็จะนั่งบนพื้นเช่นเดียวกัน

เสื่อญี่ปุ่น(tatami mats)-รับสั่งทำเสื่อญี่ปุ่น ตามแบบและขนาดที่ท่านต้องการได้ สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.nihontatami.com         เสื่อทาทามิ การนั่งแบบเป็นทางการสำหรับทั้งสองเพศคือ นั่งคุกเข่า (seiza) คนที่ไม่คุ้นเคยกับการนั่งสไตล์นี้อาจจะรู้สึกปวดเมื่อยในช่วงแรกๆและขาอาจบวมได้ อย่างไรก็ตามก็มักจะยกเว้นไม่ถือชาวต่างชาติที่นั่งแบบนี้ไม่ได้นานนัก สำหรับการนั่งที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองนัก ผู้ชายนั่งขัดสมาธิ ขณะที่ผู้หญิงนั่งพับเพียบ

 
 การทานอาหารร่วมจาน
ปกติแล้วจะเสิร์ฟอาหารเป็นที่ๆไปจะไม่ทานอาหารร่วมจานกัน ถ้าหากต้องรับประทานอาหารร่วมจานกันจริงๆ ให้ตักอาหารมาใส่จานตัวเองด้วยตนเองโดยใช้ตะเกียบอีกด้านหนึ่ง (หากด้านที่ใช้ทานได้ใช้ไปแล้ว) หรือใช้ตะเกียบอีกอันที่ให้มาเพื่อแบ่งอาหาร (เหมือนช้อนกลาง)

กฎบางข้อสำหรับการทานอาหาร
1.  การสั่งน้ำมูกในที่สาธารณะโดยเฉพาะบนโต๊ะอาหารเป็นมารยาทที่ไม่ดีอย่างยิ่ง
2. การทานข้าวจนหมดถ้วย (ไม่เหลือเลย) ถือเป็นมารยาทที่ดี
3. เป็นสิ่งไม่สมควรหากจะเอ่ยถึงห้องน้ำหรือสิ่งอื่นๆที่ไม่ช่วยให้เจริญอาหาร
4. การเรอเป็นสิ่งที่ไม่สมควร (อาจยกเว้นในบางประเทศที่ไม่ถือสา แต่ที่ญี่ปุ่นไม่สมควร)
5. หากทานอาหารเสร็จแล้ว ควรวางจานต่างๆในรูปแบบเดิมเหมือนตอนที่เริ่มทาน รวมไปถึงฝาถ้วยต่างๆ และถ้าเป็นไปได้ให้เก็บตะเกียบเข้าที่เก็บตะเกียบด้วย
6. ห้ามจิ้มตะเกียบลงไปในถ้วยข้าว การจิ้มตะเกียบจะทำเฉพาะในงานศพที่จิ้มตะเกียบแล้วจะเอาถ้วยนั้นไปวางไว้ที่แท่นบูชา
7. ห้ามใช้ตะเกียบชี้ไปยังผู้อื่นหรือสิ่งอื่นๆ
8. อย่าเลื่อนจานอาหารด้วยตะเกียบ

การดื่ม
เมื่อมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮล์ เป็นธรรมเนียมของญี่ปุ่นที่จะเสิร์ฟให้กับทุกคน มากกว่าการที่จะเสิร์ฟให้ตนเอง คุณจำเป็นต้องชำเลืองมองแก้วของเพื่อนว่าใกล้หมดหรือยัง และหากหมดคุณควรจะเติมเมื่อเครื่องดื่มหมดแก้ว เช่นเดียวกัน หากมีคนจะเติมเครื่องดื่มให้คุณ คุณควรดื่มแก้วนั้นหมดหมดโดยเร็วและถือแก้วยื่นไปด้านหน้าคนผู้นั้น ถือเป็นการเสียมารยาทหากดื่มจนเมาในงานที่เป็นทางการหรือร้านอาหารที่เป็นพิธีการ ไม่ควรดื่มก่อนคนอื่น ควรรอและยกแก้วชนกันเสียก่อน
 

การทานอาหาร

 

rice.jpg...ข้าว
ถือถ้วยข้าวด้วยมือข้างหนึ่งและสำหรับมืออีกข้างถือตะเกียบ ยกถ้วยข้าวขึ้นแล้วใช้ตะเกียบคุ้ยข้าวเพื่อทาน และอย่าเติมซอสลองในถ้วยข้าว

 

sushi2.jpg... Sushi:
ให้เทซอส (soya sauce) ในถ้วยซอสที่จัดไว้ และให้เทซอสในปริมาณที่เราทานหมดเท่านั้น ไม่จำเป็นที่จะเพิ่มวาซาบิลงในซอส เพราะซูชิแต่ละชิ้นมักจะมีวาซาบิอยู่แล้ว และซูชิบางชิ้นก็ควรทานแบบไม่มีวาซาบิ หากต้องการเพิ่มวาซาบิจริงๆให้เพิ่มลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป็นการให้เกียรติเชฟ หากไม่ชอบทานวาซาบิ ควรบอกเชฟหรือพนักงานว่าไม่เอาวาซาบิ 

    ซูชิชนิดที่มีปลาอยู่ด้านบน หรือ nigiri zushi ให้ใช้ด้านที่เป็นข้าวซูชิจิ้มซอส ไม่ควรใช้ด้านบนจิ้มซอส
  sashimi.jpg... Sashimi:

เทซอสลงในถ้วยแบ่งสำหรับซอส เติมวาซาบิลงบนชิ้นซาชิมิ แต่ไม่ควรจะเยอะเกินไปเพราะจะทำให้เสียรสชาติของปลาดิบ
  misosoup1.jpg... Miso Soup:

ให้ดื่มจากถ้วยเลย ยกเว้นว่ามีอาหารอื่นเช่นปลา หรือเต้าหู้ให้ใช้ตะเกียบคีบมาทาน

  noodles.jpg... Noodles:

ทานบะหมี่ด้วยตะเกียบ และให้ระวังเรื่องเสียงการสูดบะหมี่ด้วย หรือสังเกตจากคนรอบข้างว่าเขาทำเสียงดังกันแค่ไหน สำหรับน้ำซุปบะหมี่ให้เว้นระยะห่างระหว่างปากและชามบะหมี่เพื่อเลี่ยงไม่ให้หกในการดื่ม หากมีช้อนเซรามิคเตรียมไว้ให้ก็ใช้เพื่อตักซุปได้เลย
  kare.jpg... Kare Raisu:
ข้าวแกงกะหรี่หรืออาหารจานอื่นๆที่มีข้าวพร้อมกับซอสต่างๆ อาจจะยากหากจะทานด้วยตะเกียบ จึงมักจะเสิร์ฟพร้อมช้อนคันใหญ่มากกว่าจะเสิร์ฟด้วยตะเกียบ
 
big_pieces.jpg... Big pieces of food:
อาหารชิ้นใหญ่ เช่นกุ้งเทมปุระ ให้แยกชิ้นอาหารด้วยตะเกียบ (ต้องอาศัยการฝึกฝนเล็กน้อย) หรืออาจจะคีบมากัดคำเล็กๆและวางชิ้นที่เหลือไว้บนจานก่อน

        มารยาทในการรับประทานอาหารแบบตะวันตกนั้น มีข้อกำหนดหลายอย่าง และอุปกรณ์ต่างๆก็มีมากมาย ดังนั้นจึงมีวิธีการรับประทานอาหารแบบตะวันตกตามขั้นตอน ดังนี้

 

 

 1. เมื่อเข้าไปที่โต๊ะอาหาร สุภาพบุรุษควรดึงเก้าอี้ให้สุภาพสตรี แล้วคลี่ผ้าเช็ดปากบนโต๊ะให้สุภาพสตรีด้วยการคลี่ผ้าเช็ดปากให้วางบนตัก โดยพับเป็นสองท่อน เอาชายผ้าเข้าหาตัว และเมื่อต้องลุกจากโต๊ะระหว่างรับประทานอาหาร ผ้าเช็ดปากนั้นให้วางลงบนเก้าอี้หรือพนักวางแขน เมื่อรับประทานเสร็จแล้วให้เอาผ้าวางบนโต๊ะด้านขวา

 2. ควรนั่งอย่างสบาย ตัวตรง ไม่ก้มหน้า ให้ดึงเก้าอี้เข้าหาโต๊ะ และไม่นั่งไขว่ห้าง ไม่นั่งเท้าแขน เอามือวางบนตัก และไม่ควรประแป้งหรือทาลิปสติกบนโต๊ะอาหาร

 3. โทรศัพท์มือถือไม่ควรเปิดเสียง และห้ามวางไว้บนโต๊ะอาหาร ผิดมารยาทเพราะถือว่าไม่ให้ความสำคัญกับคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย

 4. ไม่ควรถอดรองเท้าใต้โต๊ะ (อย่าทำเด็ดขาด) และไม่ควรใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นเปิด (เหมาะกับค็อกเทลมากกว่า และถ้าสวมรองเท้าส้นเปิด ก็ไม่ควรใส่ถุงน่อง)

 5. เอาใจใส่ดูแลทรงผม ต้องเก็บผมให้เรียบร้อย เพื่อเวลารับประทานอาหารจะได้ไม่รกรุงรัง

 6. เสื้อผ้าผู้หญิงให้ระวัง อย่าใส่คอลึก เวลาก้มจะไม่งาม ถ้าสวมกระโปรง ไม่นิยมนุ่งกระโปรงสั้นเกินไป

 7. จานขนมปังอยู่ทางซ้ายมือเสมอ (หากหยิบผิด ให้กล่าวคำขอโทษ แล้วเปลี่ยนจานขนมปังได้)

 8. ขนมปังหยิบรับประทานได้เลย ไม่ต้องรอให้เจ้าภาพบอก หากหมดแล้วขอใหม่ได้ วิธีรับประทานที่ถูกต้องคือ บิขนมปังด้วยมือ แล้วทาเนยตรงชิ้นที่เข้าปาก และเมื่อใช้มีดป้ายขนมปังเสร็จแล้ว ต้องวางคืนไว้ที่จานขนมปัง (ขนมปังรับประทานได้เรื่อยๆ จนกระทั่งจบเมนคอร์ส ถือเป็นอันสิ้นสุด)

 9. แก้วน้ำอยู่ทางขวามือ ห้ามใช้ผิด เพราะจะทำให้ผิดไปทั้งโต๊ะ

 10. การใช้อุปกรณ์ประเภทช้อน มีด ให้เริ่มใช้จากด้านนอกสุดเข้าหาด้านในสุด 

 11. การรับประทานซุปด้วยช้อนซุป ควรตักซุปออกจากตัว และรับประทานซุปทางด้านข้างของช้อน ถ้าเป็นซุปใสใส่ถ้วยที่มีหู สามารถยกถ้วยดื่มได้เลย (ซุปข้นไม่ได้) และไม่ควรมีเสียงดังขณะดื่ม และไม่ควรเอาขนมปังจิ้มซุป อย่าทำเด็ดขาด

 12. ควรสนทนากับผู้นั่งข้างเคียงบ้าง แต่อย่าให้เสียงดัง เวลาสนทนาควรวางมีดกับส้อมบนจานเสียก่อน อย่าถือมีดหรือส้อมชี้ประกอบท่าทาง ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนาเรื่องการเมืองและศาสนา ส่วนหัวข้ออื่นๆ พูดได้ เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ รถติด เป็นต้น

 13. เวลารับประทานเนื้อ นิยมตัดรับประทานทีละชิ้นแบบอังกฤษ แต่แบบอเมริกันจะหั่นเนื้อจนหมด แล้ววางมีดไว้ด้านบนของจาน แล้วเปลี่ยนถือส้อมด้วยมือขวาส่งอาหารเข้าปาก สำหรับในประเทศไทยนิยมแบบอังกฤษ

 14. เวลาหั่นอาหาร เมื่อหยิบส้อมขึ้นมา ให้คว่ำส้อม แล้วใช้นิ้วชี้และนิ้งโป้งจับไว้ที่คอมีด เพื่อจะได้ออกแรงหั่นได้ดี

 15. ถ้าอาหารมีลักษณะเป็นเส้น เช่น เส้นสปาเกตตี ให้ใช้ส้อมม้วนเส้น แล้วค่อยนำใส่ปากรับประทาน

 16. อาหารจะเซตเมนูมาให้อยู่แล้ว ขอเพิ่มไม่ได้ จบแล้วจบเลย งานเลี้ยงอย่างเป็นทางการจะไม่มีการเสิร์ฟอาหารเพิ่มเติม

 17. เสิร์ฟอาหารอะไรมาก็ต้องรับประทานแบบนั้น (เพราะเจ้าภาพงานจะทราบอยู่แล้วว่าแขกที่เชิญจะรับประทานอะไรได้หรือไม่ได้ ซึ่งจะหลีกเลี่ยงเมนูนั้นอยู่แล้ว)

 18. ไม่ควรแชร์อาหารกับคนข้างๆ ห้ามทำเด็ดขาด

 19. การเสิร์ฟ ซอร์เบท (Sorbet) หรือไอศกรีมที่ไม่ใส่นม ไม่ใส่ครีม มีรสเปรี้ยวนำ ก็เพื่อล้างปากก่อนเสิร์ฟอาหารจานต่อไป นิยมเสิร์ฟในงานพิธีการใหญ่ๆ ถ้าเป็นงานปกติจะไม่เสิร์ฟ

 20. การใช้เครื่องมือรับประทานอาหารแบบพิเศษ ถ้าไม่ทราบวิธีการใช้ ให้สังเกตคนรอบข้าง

 21. การรับประทานผลไม้ ใช้ส้อมหยิบผลไม้แล้วปอกด้วยมีด ซึ่งแล้วแต่ชนิดของผลไม้มีวิธีต่างๆ กัน

 22. ไม่ควรเอื้อมหยิบของข้ามหน้าแขกท่านอื่นๆ ควรเรียกพนักงานบริการหยิบให้ ถ้าจำเป็นให้ขอร้องผู้นั่งร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ถัดไปด้วยความสุภาพ พร้อมกล่าวคำขอบคุณ

 23. ในกรณีที่ทำของหรืออุปกรณ์รับประทานอาหารตกจากโต๊ะ อย่าตกใจ ควรขอโทษคนข้างเคียงเบาๆ และไม่ควรหยิบขึ้นมาจากพื้นเอง ขอใหม่ได้จากบริกร

 24. การรวบมีดกับส้อม หรือช้อนส้อม อังกฤษนิยมรวบไว้ตรงกลาง ตรงหน้า และหงายส้อม แต่อเมริกันนิยมรวบไว้หัวจานเฉียงๆ

 25. ควรซับริมฝีปากด้วยผ้าเช็ดปากเสียก่อนการดื่มเครื่องดื่มต่างๆ

 26. อาหารที่เป็นจาน 'ของหวาน' ให้ใช้ช้อน-ส้อมที่อยู่ด้านหน้า

 27. ถ้าเสิร์ฟชาหรือกาแฟ เมื่อผสมใช้ช้อนคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เอาช้อนวางไว้ อย่าใช้ช้อนตักชิมเด็ดขาด

 28. และอย่าเผลอเอามีดจิ้มอาหารใส่ปากเด็ดขาด

 29. หากรับประทานอาหารที่มีกระดูก ให้ใช้ทิชชูปิดปากแล้วค่อยๆ คายกระดูกออกจากปาก หรือหากรับประทานอาหารที่มีก้างหรือกระดูกไก่ ซึ่งเมื่อใช้ช้อน-ส้อมแทะเนื้อหมดแล้ว สามารถนำกระดูกวางไว้ข้างๆ จานได้

 30. หากรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ควรตักทีละอย่าง แล้วต้องมั่นใจด้วยว่าที่ตักมาแล้วต้องรับประทานให้หมด และเมื่อหมดแล้วสามารถลุกไปหยิบใหม่ได้อีก และไม่ควรอย่างยิ่งที่ตักมากองๆ ไว้เผื่อคนอื่น ให้ตักเฉพาะตัวเอง

 31. การเสิร์ฟเครื่องดื่มนั้นจะเสิร์ฟตามชนิดของอาหาร เช่น เสิร์ฟปลาและอาหารทะเลกับไวน์ขาว อาหารประเภทเนื้อหรือไก่ก็จะเสิร์ฟพร้อมไวน์แดง หรือไวน์โรเซ่ ส่วน 'แชมเปญ' จะเสิร์ฟตอนท้ายสำหรับการดื่มอวยพร ถ้ามีการดื่มแชมเปญ และได้รับเชิญ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ถือว่าเสียมารยาทมาก แต่ถ้าใครไม่ดื่มช่วงที่มีการดื่มอวยพร ให้ยกแก้วขึ้นจรดภายนอกริมฝีปาก โดยไม่ต้องเอาเข้าปาก

 32. ถ้าเสิร์ฟไวน์ สามารถดื่มได้ตลอดจนจบงาน

 33. ในกรณีที่มีการเสิร์ฟผลไม้สด เจ้าภาพจะเตรียมมีดสำหรับผลไม้ไว้ให้ พร้อมจัดถ้วยใส่น้ำลอยด้วยดอกกุหลาบหรือกลีบกุหลาบไว้ให้สำหรับล้างปลายนิ้ว และต้องล้างมือทีละข้าง อย่าล้างทั้งสองมือ (ไม่สุภาพ) ควรระมัดระวังการล้างมือ อย่าให้น้ำหกเลอะเทอะ ใช้ผ้าเช็ดมือเช็ดมือให้เรียบร้อย พึงระวังว่าไม่ใช่น้ำดื่มเพราะอาจพลาดหยิบขึ้นมาดื่มได้ ในกรณีที่ผลไม้ได้รับการปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าภาพจะเสิร์ฟส้อมผลไม้แทน

 34. Menu Card แสดงรายการอาหาร นิยมใช้กระดาษทองขอบทองขนาด 4x6 นิ้ว โดยมากมักจะพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส (ถ้าเป็นไทยล้วนก็ควรใช้ภาษาไทย) หลังจบงานเลี้ยงแล้ว ถ้าต้องการเก็บเป็นที่ระลึก สามารถนำกลับได้

 35. ควรคำนึงถึงความสุภาพ นิ่มนวล และไม่รีบร้อนจนเกินไป

edit @ 28 Oct 2010 09:51:15 by ajarnoop

การแต่งกายไปงานประเพณี
เราควรแต่งกายให้เหมาะสมกับงานพิธีเพราะเป็นการแสดงถึง
ความเคารพ ความเชื่อถือ ความศรัทธา และความเคารพต่อสถานที่จัดงาน

การแต่งกายไปงานบุญ
เราควรแต่งในชุดที่ดูเรียบร้อยและสีสันที่อ่อนๆสะอาดตา
เพื่อเป็นการให้เกียติเจ้าภาพและสถานที่ในการจัดงานและเพื่อเป็น
การปฏิบัติตาม ข้อกำหนดที่เจ้าภาพกำหนดไว้ ฯลฯ

การแต่งกายไปงานบวช
เราควรแต่งกายในชุดที่เรียบร้อยและสุภาพและควรใส่เสื้อผ้าสีอ่อนๆไม่ฉูดฉาด เพื่อเป็นการให้เกียติเจ้าภาพ
และเพื่อเป็นควรแสดงความเคารพต่อสถานที่ด้วย

การแต่งกายไปงานแต่งงาน
การแต่งกายไปงานแต่งงานเป็นการแสดงถึงการให้ความยินดีกับเจ้าภาพจึงเป็นการแต่งกายในชุดที่ดูสวยงาม
และการแต่งกายไปงานเราควรคำนึงถึงการให้เกียติเจ้าภาพด้วยเช่นเจ้าภาพอาจจะกำหนดการแต่งกายมาเรา
ก็ควรปฏิบัติตามเพื่อเป็นการให้เกียติและเพื่อแสดงความยินดี เช่น แต่งกายในชุดสีขาว สีชมพูหรือเสื้อผ้า
สีอ่อนๆดูสวยงาม เป็นต้น

การแต่งกายไปเที่ยว
แต่งกายไปเที่ยวเป็นการแต่งกายที่สบายๆ เราควรคำนึงถึงสถานที่ที่เราจะไปเที่ยวและบุคคลที่จะไปกับเรา
หากไปกับผู้ใหญ่ควรดูให้ถูกกาละเทสะด้วย ว่ามีความเหมาะสมเพียงใด

การแต่งกายไปโรงเรียน
เราควรแต่งตามที่สถาบันการศึกษาที่เราศึกษาอยู่กำหนดให้เพื่อแสดงถึงการเคารพครูอาจารย์ สถานศึกษา
และแสดงถึงความเป็นระเบียบของสถาบันเรา และรวมทั้งเป็นการฝึกวินัยกับตัวเราเองด้วย

การแต่งกายไปงานศพ
ควรแต่งด้วยเสื้อผ้าชุดสีดำ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับ
ผู้ตาย ไม่ควรสวมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด เพราะเปรียบเหมือนการ
ไม่เกียรติทั้งผู้ตาย และเจ้าภาพผู้จัดงาน

การแต่งกายไปวัด
วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวพุทธจึงควรปฏิบัติตนต่อวัดด้วยความสุภาพและความเคารพ เพื่อให้เกิดความเป็น
ศิริมงคลแก่ตัวเอง โดยปฏิบัติดังนี้คือ

- ควรแต่งกายให้สะอาดเรียบร้อยสีเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายหรือสีฉูดฉาด ไม่รัดรูปเพื่อสะดวกในการกราบไหว้ และทำสมาธิ

- วัดมิใช่ที่ที่คนจะแต่งตัวไปอวดความร่ำรวยกัน วัดควรเป็นที่เราไปเพื่อขัดเกลากิเลสมากกว่า จึงไม่ควรแต่งกายให้หรูหรา
ล้ำสมัยใส่เครื่องประดับรุงรัง ไม่ควรใส่น้ำหอมที่มีกลิ่นรุนแรงจะทำให้เกิดความฟุ้งซ่าน

- บุรุษควรแต่งกายเรียบร้อย ไม่ปล่อยชายเสื้อ ทรงผมตัดสั้นหรือหวีเรียบร้อย ไม่ใส่น้ำมันกลิ่นรุนแรงรบกวนผู้อื่น

- สตรีไม่ควรแต่งกายแบบวับ ๆ แวม ๆ หรือใส่เสื้อบางจนเห็นเสื้อชั้นใน กระโปรงไม่ควรสั้นจนน่าเกลียด
หรือผ่าหน้าผ่าหลังเพื่อเปิดเผยร่างกาย

การแต่งกายไปงานมงคล
งานมงคล คือ การทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความสุขความเจริญแก่จิตใจ เช่น ทำบุญวันเกิด ขึ้นบ้านใหม่ งานมงคลสมรส
การแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ เป็นต้น ควรแต่งกายดังนี้

- ควรแต่งกายเรียบร้อย สีสวยงามตามสมัยนิยม เหมาะสมกับงาน

- ใส่เครื่องประดับพอประมาณ แต่ไม่ควรหรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินพอดี

- ขนาดพอดี ลุก นั่งได้สะดวก ไม่น่าเกลียด

การแต่งกายไปงานอวมงคล
งานอวมงคล คือ การทำบุญเลี้ยงพระที่เกี่ยวกับเรื่องการตาย นิยมทำกันอยู่ 2 อย่างคือทำบุญ หน้าศพ
เรียกว่าทำบุญ 7 วัน 50 วัน หรือ 100 วัน และทำบุญอัฐิในวันคล้ายวันตายของผู้ล่วงลับ

- ถ้าเป็นงานศพควรเป็นสีขาวหรือสีดำ

- ถ้าเป็นวันทำบุญอัฐ ควรแต่งกายเรียบร้อย สีเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายหรือฉูดฉาด จนเกินควร เหมาะสมกับงาน
ไม่ใส่เครื่องประดับหรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินพอดี

 

 

 

edit @ 28 Oct 2010 09:32:00 by ajarnoop